สุดระทึก! ตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี สกัดจับหนุ่มไล่อุ้มแฟนสาว หลบหนีด้วยรถเก๋ง – พบเสพยาเสพติด!

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567 เวลา 10.20 น. ตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานีได้จับกุมผู้ต้องหาหมายเลขหนึ่งที่มีพฤติกรรมสุดสะพรึงหลังจากพยายามหลบหนีการจับกุมพร้อมแฟนสาวที่ถูกอุ้มขึ้นรถไปด้วยเหตุผลส่วนตัว ก่อนที่ตำรวจจะสามารถสกัดจับรถเก๋งต้องสงสัยได้หลังจากการไล่ล่ามานานกว่า 40 นาทีและระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร!
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้รับการแจ้งเตือนจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เกี่ยวกับเหตุการณ์ลักพาตัวผู้หญิง โดยคนร้ายใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีจากพื้นที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ขณะที่ตำรวจรถวิทยุ 2506 และ 2516 ได้นำรถออกตรวจพบรถต้องสงสัยบนถนน ทล.4009 ที่แยกซอย 10
การไล่ล่าจึงเริ่มขึ้นทันที! คนร้ายไม่ยอมลดความเร็ว กลับรถหลบหนีไปยัง อ.กาญจนดิษฐ์ ก่อนจะใช้เส้นทาง ทล.44 และ ทล.4143 เพื่อหลบหนีไปยังตัวเมืองสุราษฎร์ธานี
ด้วยความเร็วในการติดตามของตำรวจและความกล้าหาญที่ไม่ยอมถอยทำให้ตำรวจสามารถสกัดรถคันดังกล่าวไว้ได้ที่สี่แยกท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ รวมระยะทางการหลบหนีถึง 50 กิโลเมตรภายในเวลาเพียง 40 นาที!
เมื่อตำรวจเข้าตรวจสอบพบว่า คนขับรถคันดังกล่าวคือนายภาสกร เขียวภักดี อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่มีประวัติเคยเป็นข้าราชการตำรวจ แต่ว่าถูกไล่ออกจากราชการเมื่อปี 2566 หลังจากนั้นเขาก็กลับไปอยู่ที่บ้านเกิดใน อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช
จากการสอบถาม นายภาสกรฯ ให้การว่าตนเองได้มีปัญหากับแฟนสาว จึงตัดสินใจขับรถไปอุ้มตัวเธอที่ทำงานใน อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนจะพาไปที่บ้านใน อ.ถ้ำพรรณรา แต่ญาติของ แฟนสาว ได้แจ้งเหตุให้ตำรวจทราบจนเกิดการสกัดจับ
ขณะเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ได้พบว่า นายภาสกรฯ มีอาการผิดปกติ สันนิษฐานว่าอาจจะเสพยาเสพติด ก่อนที่จะได้รับการยอมรับจากนายภาสกรฯ ว่าเคยเสพยาบ้า เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจปัสสาวะทันที ผลการตรวจพบสารเสพติดชนิดเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย
จากเหตุการณ์นี้ นายภาสกรฯ ถูกตั้งข้อหาหลายกระทง ได้แก่ การหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น, ข่มขืนใจผู้อื่น, และเสพยาเสพติดผิดกฎหมาย
ทุกอย่างถูกดำเนินการตามกฎหมายในขณะนี้ โดยการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี ที่ไม่ยอมให้ผู้กระทำผิดหลบหนีไปได้และยังเป็นการยืนยันถึงความเด็ดขาดในการปฏิบัติหน้าที่
“ทำทุกอย่างด้วยสำนึก เพราะเราคือ ‘ตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี'”